กันยายน 56

กันยายน 56

สวัสดีท่านสมาชิกจุลสารชาลีที่น่ารักทุกท่านครับ

อุ๊ต๊ะ!!! ขออนุญาตอุทานเป็นภาษาวัยรุ่นนะครับ ไม่ทันตั้งตัวก็จะสิ้นเดือนกันยายนแล้ว สำหรับวงการการศึกษาถือได้ว่ามาได้ครึ่งทางของปีการศึกษานี้แล้ว ท่านสมาชิกรุ่นใหญ่ (ผู้ปกครอง) คงได้เห็นถึงพัฒนาการของสมาชิกรุ่นเล็ก (นักเรียน) กันไปแล้ว ครึ่งทางที่ผ่านมาเด็กน้อยอนุบาล มีพัฒนาการก้าวหน้าเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ส่วนพี่ประถม ก็เข้าสู่วิชาการเข้มข้น เพราะการเตรียมความพร้อมในระดับที่สูงกว่านี้ (ระดับมัธยมศึกษา) ต้องมีการปูพื้นฐานที่แข็งแกร่งตั้งแต่เนิ่นๆ เห็นเด็กๆ ตั้งใจทำหน้าที่ของแต่ละคน ครูและผู้ปกครองก็ปลาบปลื้มสุดๆ สู้และทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดทุกฝ่ายนะครับ แล้วพบกันฉบับหน้าครับ….

ปฏิทินการศึกษาประจำเดือน ตุลาคม 2556

 

         วันที่ 30 ก.ย.  2556     เปิดเรียนเสริมศักยภาพเดือนตุลาคม ระดับอนุบาล

          วันที่ 7ต.ค.  2556       เปิดเรียนเสริมศักยภาพเดือนตุลาคม ระดับประถมศึกษา

          วันที่ 25 ต.ค.  2556     สิ้นสุดการเรียนเสริมศักยภาพเดือนตุลาคม

ระดับอนุบาล และประถมศึกษา

วันที่ 4พ.ย.  2556      เปิดเรียนภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556

 

นิทรรศการสานฝันหนูน้อยชาลี เรียนรู้มุ่งสู่อาเซียน

ผ่านสายตาท่านผู้ปกครองไปแล้ว คุณครูทุกท่านขอปรบมือให้เด็กๆ ทุกคน และขอขอบพระคุณคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนโรงเรียน ด้วยดีเสมอมา พูดได้คำเดียวว่า “หนูเยี่ยมมากค่ะ” พัฒนาการของเด็กๆ ทุกระดับชั้นรุดหน้าไปมาก ปิดเทอมนี้ น้องๆ คนใดที่ไม่ได้มาร่วมเรียนเสริมศักยภาพเดือนตุลาคม อย่าลืมทบทวนบทเรียนด้วยนะคะ ส่วนน้องๆ ที่เข้ามาเรียนเสริมศักยภาพเดือนตุลาคม จะได้รับความรู้ ความสนุกสนานมากมายที่คุณครูเตรียมมอบไว้ให้

 

ประชาสัมพันธ์ !!!

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนชาลีสมุทร เปิดสอนเสริมศักยภาพด้านวิชาการในวันเสาร์ให้กับเด็กๆ ชาลี และนักเรียนจากภายนอกโรงเรียน โดยจะเริ่มเรียนตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2556 – เสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 อัดแน่นไปด้วยวิชาการและกิจกรรมเสริมที่น่าสนใจมากมาย ติดต่อสอบถามรายละเอียดและลงทะเบียนจองได้แล้วที่ฝ่ายธุรการ 02 9541980….

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมอเหมียวชวนคุย

พ่อแม่ส่วนใหญ่คิดว่าถ้าลูกวัยอนุบาลอ่านออกเขียนได้เร็วคือเด็กฉลาด การเร่งสอนวิชาการ เน้นเรียนเขียนอ่านอย่างเคร่งครัด เป็นการบั่นทอนศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็กอนุบาลที่ต้องการการฝึกทักษะการ คิด ฟัง สังเกต ใช้มือ ผ่านกิจกรรมการเล่น ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานสำคัญที่ส่งผลต่อการเรียนรู้อย่างแท้จริงในเด็กค่ะ
ยิ่งเล่นยิ่งฉลาด
มีงานวิจัยเห็นสรุปพ้องต้องกันว่า การเล่นช่วยพัฒนาสมอง โดยเฉพาะสำหรับเด็กในช่วง 0 – 6 ปี เพราะทุกครั้งที่เด็กได้เล่นและใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เซลล์สมองของเด็กประมาณหนึ่งแสนล้านเซลล์จะมีการเชื่อมโยงเส้นใยประสาทเป็น เครือข่ายมากขึ้นกว่าเดิมถึง 25 เท่า ส่งผลให้เด็กมีความสามารถในการคิดและการเรียนรู้ที่ดี ยิ่งเด็กได้เล่นอย่างหลากหลายและเพียงพอ ก็จะยิ่งทำให้การเชื่อมโยงของเส้นใยประสาทมากขึ้นและแข็งแรงขึ้น สมองเด็กก็พัฒนาได้ดีขึ้น

การที่เด็กชอบวิ่งเล่น ปีนป่าย ไม่อยู่นิ่ง เพราะเซลล์สมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหวจะเกิดขึ้นในช่วง 0 – 4 ปี เด็กอนุบาลชอบร้องเพลงและเล่นกับคำ? จะทำให้เซลล์สมองเกิดการแตกแขนงและเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย และเป็นการเชื่อมโยงกันแบบเดียวกับที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาคณิตศาสตร์ เด็กชอบฟังนิทานและมักชอบฟังเรื่องเดิมซ้ำๆ ทำให้เซลล์สมองเชื่อมโยงแข็งแรงขึ้น เด็กๆชอบเล่นสมมุติ เลียนแบบในบทบาทต่างๆ ทำให้เด็กมีความสามารถสร้างภาพในความคิดและจินตนาการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้การอ่านและการคิดเลขเมื่อเด็กโตขึ้น ฯลฯ จะเห็นว่า ขณะที่เด็กเล่น เด็กกำลังพัฒนาพลังสมองของตัวเองทุกขณะและเตรียมพร้อมในการเรียนรู้ที่ยาก และซับซ้อนขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ การเล่นยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการครบในทุกด้านทั้งด้านอารมณ์คือมีความสุขที่ ได้เล่น อารมณ์ดี ได้ผ่อนคลาย พัฒนาการทางด้านสังคม คือมีสังคมเพื่อนฝูง รู้จักเอื้อเฟื้อแบ่งปันและเคารพกติกา และพัฒนาการทางด้านสติปัญญา คือมีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักแก้ปัญหา ค้นพบความสามารถของตนเอง ฯลฯ


ซึ่งการเตรียมความพร้อมแบบบูรณาการที่ช่วยพัฒนาสมองและพัฒนาทักษะในด้าน ต่างๆ ผ่านการเล่น จะช่วยพัฒนาความฉลาดให้กับเด็ก เป็นพื้นฐานแข็งแกร่งสำหรับการเรียนรู้ขั้นสูงในชั้นประถมต่อไป

 

ควรทำ

1. การเตรียมความพร้อมในเด็กอนุบาลรอบด้าน โดยเรียนรู้แบบบูรณาการ จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่สมวัย และนำไปใช้ในการเรียนรู้อย่างจริงจังในชั้นประถมศึกษา

2. พัฒนาการในเด็ก ประกอบด้วย ความสามารถในด้านต่างๆ ได้แก่ ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่นแขน ขา ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น มือ นิ้ว ช่วยเหลือตนเอง ภาษาและการสื่อสาร ควบคุมอารมณ์ การเรียนรู้ จริยธรรม ความถูกต้องเหมาะสม ผิดชอบชั่วดี ความสามารถทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นในแต่ละด้าน จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความมั่นใจ ภูมิใจในตนเอง

3. ความสามารถของเด็กจะพัฒนาอยู่ในช่วงเวลา เช่น
• การเดิน เด็กเดินได้ตั้งแต่อายุ 11 เดือนถึง 1 ปี 3 เดือน
• การติดกระดุม เด็กจะทำได้ตั้งแต่อายุ 2 ปี ถึง 3 ½ ปี
• ชี้อวัยวะตัวเองได้ 5 ส่วน เด็กจะทำได้ตั้งแต่อายุ 18 เดือน ถึง 2 ปี 3 เดือน
• อ่านหนังสือ เด็กจะทำได้ตั้งแต่อายุ 4 ปี ถึง 7 ปี

4. การที่เด็กทำได้เร็วกว่าเด็กอื่น มิได้แสดงว่าต้องฉลาดกว่า

5. พ่อแม่ที่มองการณ์ไกล จะสามารถพัฒนา ส่งเสริมเด็กให้เติบโต

มีทักษะในการคิด แก้ปัญหา มีความรู้ความสามารถที่พร้อมต่อทุกเหตุการณ์สำหรับอนาคต

ไม่ควรทำ

การเร่งรัดให้เด็กมีความสามารถเรื่องหนึ่งมากๆ โดยละเลยการฝึกฝนด้านอื่นๆ จะทำให้เด็กขาดความสมดุล เช่น พ่อแม่ที่เน้นให้ลูกเรียน โดยไม่เน้นด้านการออกกำลังกาย เมื่อเด็กไม่แข็งแรง ป่วยบ่อยสุดท้ายก็ทำให้การเรียนเสียตามไปด้วย

* หัวใจการเลี้ยงดู

การเล่นคือการพัฒนาสมองที่สำคัญของเด็กวัย 0 – 6 ปี

 

 

จัดทำข้อมูลโดย : นพ. ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

แผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อสุขภาวะสังคมไทยสนับสนุนโดย : สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

(จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 149 พฤษภาคม 2556 โดย แผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อสุขภาวะสังคมไทย)

 

No Comments Yet.

Leave a comment